PROMOTION โปรโมชั่นพิเศษ! ผ่อนชำระ 0% 10 เดือน ผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักสำหรับท่านที่มีบัตรเครดิต

คู่มือเลือกวิธีรักษาโรคอ้วนด้วยการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก

คู่มือเลือกวิธีรักษาโรคอ้วนด้วยการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก

น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้เป็นปัญหาแค่เรื่องรูปลักษณ์ แต่มันกำลังบั่นทอนสุขภาพของคุณอย่างเงียบ ๆ! หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่ประสบปัญหาโรคอ้วนขั้นรุนแรง มีภาวะแทรกซ้อน หรือเคยลองวิธีลดน้ำหนักมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนแต่ไม่ประสบความสำเร็จ

การรักษาโรคอ้วนด้วยการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก  (Bariatric Surgery) คือหนึ่งในวิธีรักษาโรคอ้วนทางการแทพย์ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกว่า สามารถช่วยลดน้ำหนักและรักษาโรคอ้วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และช่วยควบคุมโรคร่วมได้ดี บทความนี้คือ “คู่มือฉบับย่อที่เข้าใจง่าย” เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจที่สุด

ทำไม “ผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก” จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคอ้วน?
โรคอ้วนขั้นรุนแรงมักตอบสนองต่อการลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวได้น้อย งานวิจัยระดับนานาชาติยืนยันว่า ผู้ที่มี BMI มากกว่า 35 ขึ้นไป มีโอกาสลดน้ำหนักได้ เพียง 3–5% ต่อปี ด้วยวิธีทั่วไป แต่การรักษาโรคอ้วนด้วยการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักแบบปลอดภัย สามารถช่วยลดน้ำหนักส่วนเกินได้ถึง 50–80% ภายใน 12–18 เดือน และช่วยควบคุมโรคร่วมได้อย่างมีนัยสำคัญโดยงานวิจัยจาก American Society for Metabolic and Bariatric Surgery (ASMBS) รายงานว่า 
  • ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 มากกว่า 80% สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีขึ้นหลังผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วน
  • ความดันโลหิตสูงดีขึ้นใน กว่า 70% ของผู้ป่วย
  • ลดความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคหัวใจได้ มากกว่า 50%
จึงทำให้เห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนว่า… การผ่าตัดลดความอ้วน ไม่ได้ช่วยแค่หุ่นดี แต่เป็นการ “รักษาโรคอ้วน” ที่ต้นเหตุ และยั่งยืน

การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักเหมาะกับใคร?
  • ผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีค่า BMI มากกว่า 37.5 ขึ้นไป โดยไม่ต้องมีโรคประจําตัวร่วม
  • ผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีค่า BMI มากกว่าหรือเท่ากับ 32.5 และมีโรคร่วมที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูงฯ
  • ผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีค่า BMI มากกว่า 27.5 ขึ้นไป และป่วยเป็นโรคเบาหวานรุนแรง ไม่สามารถควบคุมได้ด้วยการใช้ยาทั่วไป
  • ผู้ป่วยจะต้องอายุ 18 – 65 ปี เนื่องจากถ้าอายุน้อยหรือมากเกินไป จะส่งผลต่อการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก
หมายเหตุ: การผ่าตัดกระเพาะอาหารไม่จำเป็นต้องผ่าตัดในผู้ที่เป็นโรคอ้วนระดับรุนแรงเสมอไป แต่ผู้ที่มีค่า BMI เกินกว่า 27.5 เป็นต้นไป ซึ่งจัดว่าเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานค่อนข้างมากแล้ว สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อการรักษาโรคอ้วนด้วยการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักได้

การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักแบบปลอดภัย เลือกแบบไหนดี?
ปัจจุบัน เทคนิคการผ่าตัดลดความอ้วนก้าวหน้าไปมาก ด้วยเทคนิคผ่าตัดส่องกล้อง (Laparoscopic Surgery) ซึ่งช่วยให้แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว โดยวิธีผ่าตัดที่นิยมในปัจจุบัน ได้แก่:

1. การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารแบบสลีฟ (Laparoscopic Sleeve Gastrectomy – LSG)
หลักการ: เป็นการตัดกระเพาะอาหารออกประมาณ 75-80% ทำให้กระเพาะอาหารมีลักษณะเป็นท่อยาวคล้ายแขนเสื้อ (Sleeve)
ข้อดี: ลดขนาดกระเพาะและยังกำจัดส่วนที่สร้างฮอร์โมนกระตุ้นความหิว (Ghrelin) ออกไปได้ด้วย ลดความอยากอาหาร และไม่รู้สึกหิวโหย 

2. การผ่าตัดบายพาสกระเพาะอาหาร (Roux-en-Y Gastric Bypass – RYGB)
หลักการ: สร้างกระเปาะกระเพาะอาหารขนาดเล็ก และเชื่อมลำไส้เล็กบางส่วนเข้ามาเพื่อ “บายพาส” กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น
ข้อดี: เป็นมาตรฐานการรักษาและมีประสิทธิภาพสูงมากในการรักษาโรคเบาหวาน เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนการดูดซึมอาหาร

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: การตัดสินใจเลือกเทคนิคที่เหมาะสมที่สุด ควรอยู่ภายใต้การพิจารณาของศัลยแพทย์เฉพาะทางโรคอ้วนและทีมสหสาขาวิชาชีพเท่านั้น ซึ่งจะพิจารณาจากดัชนีมวลกาย โรคประจำตัว และเป้าหมายการรักษาของผู้ป่วยแต่ละรายอย่างละเอียด  

มัดรวมข้อดีของการรักษาโรคอ้วนด้วยการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก
  • น้ำหนักลดจริง เห็นผลระยะยาว โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่ลดน้ำหนักได้อย่างต่อเนื่องในปีแรก และรักษาไว้ได้ในระยะยาว
  • ควบคุมโรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมัน โดยรายงานทางการแพทย์ยืนยันว่าผู้ป่วยสามารถลดการใช้ยาได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • ลดความเสี่ยงโรครุนแรง โดยช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ หลอดเลือดตีบ โรคไขมันพอกตับ และภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้มากกว่า 50%
  • คุณภาพชีวิตดีขึ้น ทำให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น นอนหลับดีขึ้น หายใจสะดวกขึ้น ทำกิจกรรมที่เคยทำไม่ได้กลับมาทำได้อีกครั้ง
การเลือกสถานพยาบาลคือหัวใจของความปลอดภัย
  • เลือกศูนย์ผ่าตัดฯ ที่มีประสบการณ์การรักษา และได้มาตรฐานสากลจะช่วยลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักระยะยาว  
  • มีทีมศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก (Metabolic & Bariatric Surgery)
  • มีเคสผ่าตัดที่ประสบความสำเร็จจำนวนมาก และอัตราภาวะแทรกซ้อนต่ำ
  • ใช้เครื่องมือ เทคนิคการผ่าตัด และห้องผ่าตัดปลอดเชื้อที่ทันสมัย
  • มีทีมสหวิชาชีพดูแล ทั้งก่อนและหลังผ่าตัดครบวงจร
การรักษาโรคอ้วนด้วยการผ่าตัด คือการลงทุนเพื่อสุขภาพที่ดีที่สุด อย่าปล่อยให้ปัญหาสุขภาพเหล่านี้คุกคามชีวิตคุณต่อไป การผ่าตัดลดความอ้วนไม่ใช่ทางลัด แต่เป็นการผ่าตัดเพื่อลดน้ำหนักแบบปลอดภัย และมีประสิทธิภาพที่สุดในการพาคุณไปสู่การมีสุขภาพที่ดีขึ้น และชีวิตใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง อย่ารอช้าที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต!   

ต้องการนัดหมายปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือสอบถามสิทธิผ่าตัดกระเพาะประกันสังคม ติดต่อศูนย์ดูดี เซ็นเตอร์ ได้ทันที — ทีมแพทย์พร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน
ปรึกษา ฟรี! ศัลยแพทย์เชี่ยวชาญผ่าตัดผ่านกล้องและผ่าตัดโรคอ้วน มั่นใจด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางรักษาโรคอ้วน และวางแผนการรักษาเป็นรายบุคคลเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด
  • ฟรี คำณวนค่า BMI และปรึกษาแพทย์ออนไลน์ Line : @doodeecenter
  • ทีมแพทย์เชี่ยวชาญผ่าตัดลดน้ำหนักดูแลทั้งก่อนและหลังผ่าตัดทุกเคส
  • ผ่าตัดด้วยเทคนิคพิเศษล็อค 3 ชั้น
  • ผ่าตัดด้วยกล้องความละเอียดสูงระดับ 4K
  • แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว
  • งบไม่บานปลาย ราคาแพ็กเกจ รวมทุกอย่างครบแล้ว
  • มีประกันสังคม ผ่าตัดกระเพาะด้วยราคาพิเศษ 79,000 บาท
Doodee Center ศูนย์ดูดี ผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก ทั้ง 2 สาขา
  • ร.พ.ศิครินทร์ หาดใหญ่
  • ร.พ.ศิครินทร์ ลาซาล
ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ ฟรี!
ศัลยแพทย์เชี่ยวชาญผ่าตัดผ่านกล้องและผ่าตัดโรคอ้วน
Line : @doodeecenter Website :www.doodeecenter.com
ทั้งนี้ หากท่านมีสิทธิประกันสังคมสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อขอใช้สิทธิในการรักษาโรคอ้วนด้วยการผ่าตัดได้