ผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีค่า BMI 32.5 -37.5 และมีโรคแทรกซ้อน กับกลุ่มที่ค่า BMI เกินกว่า 37.5 ขึ้นไปซึ่งบางรายอาจมีน้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัม ที่กำลังท้อแท้กับการลดน้ำหนักทั้งหลายวิธี แต่ไม่ได้ผลสักที อย่าเพิ่งหมดหวังและหมดกำลังใจ ขอให้เชื่อเถอะว่าทุกคนสามารถมีสุขภาพที่ดีได้ เพราะเทคโนโลยีที่ทันสมัยในปัจจุบัน มีวิธีทางเลือกในการรักษาโรคอ้วนด้วยการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก เพื่อให้ลดน้ำหนักลดลงได้ระยะยาว และลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อนก่อนวัยอันควร
การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก ไม่ได้เป็นเวทมนต์ที่ทำให้ผอมลงทันที อาจต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือนหลังผ่าตัด แต่ถือว่ามีระยะสั้นกว่า และไม่ทำให้กลับไปอ้วนอีกมากกว่าวิธีอื่น ๆ โดยอาการที่เห็นผลทันทีหลังผ่าตัด คือ การทานอาหารปริมาณน้อยลง อิ่มเร็ว ไม่ทรมานจากความหิว โดยเมื่อสามารถจำกัดปริมาณอาหารได้ ร่างกายก็จะไปเอาไขมันส่วนที่สะสมอยู่ออกมาใช้ ทำให้น้ำหนักค่อย ๆ ลดลง และจะมีน้ำหนักคงที่ประมาณ 1 ปีหลังผ่าตัด โดยวิธีผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักที่นิยมจะมี 2 วิธี คือ
การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร (Sleeve Gastrectomy) คือ การส่องกล้องไปผ่าตัดกระเพาะอาหารให้เล็กลงเป็นท่อยาว จะสามารถลดน้ำหนักส่วนเกินได้ 50-60%
การผ่าตัดบายพาส (R-Y Gastric Bypass) คือ การส่องกล้องผ่าตัดกระเพาะให้เล็กลง และนำลำไส้เล็กส่วนต้นมาต่อกับกระเพาะส่วนที่เล็กลง จะสามารถลดน้ำหนักส่วนเกินได้ 70-80%