PROMOTION โปรโมชั่นพิเศษ! ผ่อนชำระ 0% 10 เดือน ผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักสำหรับท่านที่มีบัตรเครดิต

ทลายความเชื่อผิด ๆ กับการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก

ทลายความเชื่อผิด ๆ กับการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก

การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก หรือ Bariatric Surgery เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคอ้วน แต่ก็มีหลายความเชื่อผิด ๆ ที่หลายคนยังเข้าใจผิดอยู่ วันนี้เราจะมาเปิดเผยความจริงกัน

ความเชื่อที่ 1  “ผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับคนขี้เกียจออกกำลังกาย” ความจริง: นี่คือความเข้าใจผิดที่พบบ่อย! การผ่าตัดไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่เป็นวิธีรักษาโรคอ้วนทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโรคอ้วนที่ลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่นไม่ได้จริง ๆ
ผู้ป่วยที่เหมาะสม: มี BMI สูง (เช่น ≥ 37.5 สำหรับคนเอเชีย หรือ ≥ 32.5 ร่วมกับโรคแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 ที่คุมไม่ได้, ความดันโลหิตสูง, ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ)
ไม่ใช่ทางลัด: หลังผ่าตัดยังคงต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและออกกำลังกายอย่างเคร่งครัด โดยการผ่าตัดเป็นเพียง “เครื่องมือ” ช่วยให้ลดน้ำหนักสำเร็จง่ายขึ้น

ความเชื่อที่ 2  “ผ่าตัดแล้วจะผอมทันที ไม่ต้องทำอะไรอีก”
ความจริง: การลดน้ำหนักเป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไป และต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ป่วยอย่างมาก
ผลลัพธ์ที่คาดหวัง: การลดน้ำหนักที่ชัดเจนจะอยู่ในช่วง 1-2 ปีแรก โดยเฉลี่ยแล้ว การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารแบบสลีฟ (Sleeve Gastrectomy) สามารถลดน้ำหนักส่วนเกินได้ 60-70% และการผ่าตัดบายพาสกระเพาะอาหาร (Gastric Bypass) ลดได้ 65-80% ของน้ำหนักส่วนเกิน อย่างไรก็ตาม การรักษาน้ำหนักที่ลดได้ในระยะยาวเป็นสิ่งท้าทายที่ต้องอาศัยวินัยอย่างต่อเนื่อง
การติดตามผล: การพบทีมแพทย์เพื่อติดตามผลและรับคำแนะนำเป็นสิ่งจำเป็น  

ความเชื่อที่ 3 “การผ่าตัดกระเพาะอันตรายมาก มีภาวะแทรกซ้อนสูง”
ความจริง: ด้วยเทคโนโลยี การผ่าตัดผ่านกล้อง (Laparoscopic Surgery) ทำให้ความเสี่ยงลดลงมากจากอดีตที่ผ่าตัดโดยวิธีเปิดหน้าท้อง
ความเสี่ยงต่ำกว่าที่คิด: อัตราการเสียชีวิตประมาณ 0.1% ซึ่งต่ำกว่าหรือใกล้เคียงกับการผ่าตัดใหญ่ทั่วไป
ภาวะแทรกซ้อนที่ควบคุมได้: เช่น การรั่วซึมของแนวเย็บกระเพาะ (พบประมาณ 1-3% ใน Sleeve Gastrectomy, 1-2% ใน Gastric Bypass) หรือภาวะขาดสารอาหาร (ป้องกันได้ด้วยอาหารเสริม) ความเสี่ยงเหล่านี้ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับความเสี่ยงจากโรคอ้วนรุนแรง

ความเชื่อที่ 4 “ผ่าตัดแล้วจะกินอะไรไม่ได้เลย ชีวิตไร้ความสุข”
ความจริง: ผู้ป่วยกลับมาทานอาหารได้หลากหลายขึ้นเมื่อร่างกายฟื้นตัว แต่ต้องปรับปริมาณและประเภทอาหารให้เหมาะสม
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม: ในช่วงแรกจะมีการปรับเปลี่ยนอาหารอย่างเข้มงวด (ของเหลว -> อาหารอ่อน -> อาหารปกติปริมาณน้อย)
คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ: เลือกทานอาหารมีประโยชน์ เน้นโปรตีน ผัก ผลไม้ และลดอาหารไร้ประโยชน์ การทานน้อยลงทำให้อิ่มเร็วขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  

ความเชื่อที่ 5 “ผ่าตัดกระเพาะแล้วโรคประจำตัวจะไม่หายจริง”
ความจริง: การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักมีผลดีอย่างยิ่งต่อการควบคุมและรักษาโรคเรื้อรังที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน
เบาหวานชนิดที่ 2: กว่า 60% ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีขึ้นมาก หรือเข้าสู่ภาวะสงบของโรค (Remission) ได้หลังผ่าตัดบายพาส
ความดันโลหิตสูงและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ: ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการดีขึ้นหรือหายขาด ลดความจำเป็นในการใช้ยาลงมาก  

การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพและปลอดภัย หากอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การทำความเข้าใจที่ถูกต้องจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและก้าวสู่ชีวิตใหม่ที่มีสุขภาพดีขึ้น
ปรึกษา ฟรี! ศัลยแพทย์เชี่ยวชาญผ่าตัดผ่านกล้องและผ่าตัดโรคอ้วน มั่นใจด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางรักษาโรคอ้วน และวางแผนการรักษาเป็นรายบุคคลเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด
  • ฟรี คำณวนค่า BMI และปรึกษาแพทย์ออนไลน์ Line : @doodeecenter
  • ทีมแพทย์เชี่ยวชาญผ่าตัดลดน้ำหนักดูแลทั้งก่อนและหลังผ่าตัดทุกเคส
  • ผ่าตัดด้วยเทคนิคพิเศษล็อค 3 ชั้น
  • ผ่าตัดด้วยกล้องความละเอียดสูงระดับ 4K
  • แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว
  • งบไม่บานปลาย ราคาแพ็กเกจ รวมทุกอย่างครบแล้ว
  • มีประกันสังคม ผ่าตัดกระเพาะด้วยราคาพิเศษ 79,000 บาท
Doodee Center ศูนย์ดูดี ผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก ทั้ง 2 สาขา
  • ร.พ.ศิครินทร์ หาดใหญ่
  • ร.พ.ศิครินทร์ ลาซาล
ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ ฟรี!
ศัลยแพทย์เชี่ยวชาญผ่าตัดผ่านกล้องและผ่าตัดโรคอ้วน
Line : @doodeecenter Website :www.doodeecenter.com
ทั้งนี้ หากท่านมีสิทธิประกันสังคมสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อขอใช้สิทธิในการรักษาโรคอ้วนด้วยการผ่าตัดได้