wp@doodeecenter.com
PROMOTION
โปรโมชั่นพิเศษ! ผ่อนชำระ 0% 10 เดือน ผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักสำหรับท่านที่มีบัตรเครดิต
Facebook
Youtube
Tiktok
Instagram
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
บริการ
แพ็คเกจ
รีวิว
คำถามที่พบบ่อย
บทความ
ติดต่อ
⇆ English
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
บริการ
แพ็คเกจ
รีวิว
คำถามที่พบบ่อย
บทความ
ติดต่อ
⇆ English
คู่มือเลือกวิธีรักษาโรคอ้วนด้วยการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก
คู่มือเลือกวิธีรักษาโรคอ้วนด้วยการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก
น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้เป็นปัญหาแค่เรื่องรูปลักษณ์ แต่มันกำลังบั่นทอนสุขภาพของคุณอย่างเงียบ ๆ! หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่ประสบปัญหาโรคอ้วนขั้นรุนแรง มีภาวะแทรกซ้อน หรือเคยลองวิธีลดน้ำหนักมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนแต่ไม่ประสบความสำเร็จ
การรักษาโรคอ้วนด้วยการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก (Bariatric Surgery) คือหนึ่งในวิธีรักษาโรคอ้วนทางการแทพย์ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกว่า สามารถช่วยลดน้ำหนักและรักษาโรคอ้วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และช่วยควบคุมโรคร่วมได้ดี บทความนี้คือ “คู่มือฉบับย่อที่เข้าใจง่าย” เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจที่สุด
ทำไม “ผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก” จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคอ้วน?
โรคอ้วนขั้นรุนแรงมักตอบสนองต่อการลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวได้น้อย งานวิจัยระดับนานาชาติยืนยันว่า ผู้ที่มี BMI มากกว่า 35 ขึ้นไป มีโอกาสลดน้ำหนักได้ เพียง 3–5% ต่อปี ด้วยวิธีทั่วไป แต่การรักษาโรคอ้วนด้วยการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักแบบปลอดภัย สามารถช่วยลดน้ำหนักส่วนเกินได้ถึง 50–80% ภายใน 12–18 เดือน และช่วยควบคุมโรคร่วมได้อย่างมีนัยสำคัญโดยงานวิจัยจาก
American Society for Metabolic and Bariatric Surgery (ASMBS)
รายงานว่า
ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 มากกว่า 80% สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีขึ้นหลังผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วน
ความดันโลหิตสูงดีขึ้นใน กว่า 70% ของผู้ป่วย
ลดความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคหัวใจได้ มากกว่า 50%
จึงทำให้เห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนว่า… การผ่าตัดลดความอ้วน ไม่ได้ช่วยแค่หุ่นดี แต่เป็นการ “รักษาโรคอ้วน” ที่ต้นเหตุ และยั่งยืน
การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักเหมาะกับใคร?
ผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีค่า BMI มากกว่า 37.5 ขึ้นไป โดยไม่ต้องมีโรคประจําตัวร่วม
ผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีค่า BMI มากกว่าหรือเท่ากับ 32.5 และมีโรคร่วมที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูงฯ
ผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีค่า BMI มากกว่า 27.5 ขึ้นไป และป่วยเป็นโรคเบาหวานรุนแรง ไม่สามารถควบคุมได้ด้วยการใช้ยาทั่วไป
ผู้ป่วยจะต้องอายุ 18 – 65 ปี เนื่องจากถ้าอายุน้อยหรือมากเกินไป จะส่งผลต่อการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก
หมายเหตุ:
การผ่าตัดกระเพาะอาหารไม่จำเป็นต้องผ่าตัดในผู้ที่เป็นโรคอ้วนระดับรุนแรงเสมอไป แต่ผู้ที่มีค่า BMI เกินกว่า 27.5 เป็นต้นไป ซึ่งจัดว่าเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานค่อนข้างมากแล้ว สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อการรักษาโรคอ้วนด้วยการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักได้
การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักแบบปลอดภัย เลือกแบบไหนดี?
ปัจจุบัน เทคนิคการผ่าตัดลดความอ้วนก้าวหน้าไปมาก ด้วยเทคนิคผ่าตัดส่องกล้อง (Laparoscopic Surgery) ซึ่งช่วยให้แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว โดยวิธีผ่าตัดที่นิยมในปัจจุบัน ได้แก่:
1. การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารแบบสลีฟ (Laparoscopic Sleeve Gastrectomy – LSG)
หลักการ
: เป็นการตัดกระเพาะอาหารออกประมาณ 75-80% ทำให้กระเพาะอาหารมีลักษณะเป็นท่อยาวคล้ายแขนเสื้อ (Sleeve)
ข้อดี:
ลดขนาดกระเพาะและยังกำจัดส่วนที่สร้างฮอร์โมนกระตุ้นความหิว (Ghrelin) ออกไปได้ด้วย ลดความอยากอาหาร และไม่รู้สึกหิวโหย
2. การผ่าตัดบายพาสกระเพาะอาหาร (Roux-en-Y Gastric Bypass – RYGB)
หลักการ:
สร้างกระเปาะกระเพาะอาหารขนาดเล็ก และเชื่อมลำไส้เล็กบางส่วนเข้ามาเพื่อ “บายพาส” กระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น
ข้อดี:
เป็นมาตรฐานการรักษาและมีประสิทธิภาพสูงมากในการรักษาโรคเบาหวาน เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนการดูดซึมอาหาร
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ:
การตัดสินใจเลือกเทคนิคที่เหมาะสมที่สุด ควรอยู่ภายใต้การพิจารณาของศัลยแพทย์เฉพาะทางโรคอ้วนและทีมสหสาขาวิชาชีพเท่านั้น ซึ่งจะพิจารณาจากดัชนีมวลกาย โรคประจำตัว และเป้าหมายการรักษาของผู้ป่วยแต่ละรายอย่างละเอียด
มัดรวมข้อดีของการรักษาโรคอ้วนด้วยการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก
น้ำหนักลดจริง เห็นผลระยะยาว โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่ลดน้ำหนักได้อย่างต่อเนื่องในปีแรก และรักษาไว้ได้ในระยะยาว
ควบคุมโรคร่วม เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมัน โดยรายงานทางการแพทย์ยืนยันว่าผู้ป่วยสามารถลดการใช้ยาได้อย่างมีนัยสำคัญ
ลดความเสี่ยงโรครุนแรง โดยช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ หลอดเลือดตีบ โรคไขมันพอกตับ และภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้มากกว่า 50%
คุณภาพชีวิตดีขึ้น ทำให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น นอนหลับดีขึ้น หายใจสะดวกขึ้น ทำกิจกรรมที่เคยทำไม่ได้กลับมาทำได้อีกครั้ง
การเลือกสถานพยาบาลคือหัวใจของความปลอดภัย
เลือกศูนย์ผ่าตัดฯ ที่มีประสบการณ์การรักษา และได้มาตรฐานสากลจะช่วยลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักระยะยาว
มีทีมศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก (Metabolic & Bariatric Surgery)
มีเคสผ่าตัดที่ประสบความสำเร็จจำนวนมาก และอัตราภาวะแทรกซ้อนต่ำ
ใช้เครื่องมือ เทคนิคการผ่าตัด และห้องผ่าตัดปลอดเชื้อที่ทันสมัย
มีทีมสหวิชาชีพดูแล ทั้งก่อนและหลังผ่าตัดครบวงจร
การรักษาโรคอ้วนด้วยการผ่าตัด คือการลงทุนเพื่อสุขภาพที่ดีที่สุด อย่าปล่อยให้ปัญหาสุขภาพเหล่านี้คุกคามชีวิตคุณต่อไป การผ่าตัดลดความอ้วนไม่ใช่ทางลัด แต่เป็นการผ่าตัดเพื่อลดน้ำหนักแบบปลอดภัย และมีประสิทธิภาพที่สุดในการพาคุณไปสู่การมีสุขภาพที่ดีขึ้น และชีวิตใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง อย่ารอช้าที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต!
ต้องการนัดหมายปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือสอบถามสิทธิผ่าตัดกระเพาะประกันสังคม ติดต่อศูนย์ดูดี เซ็นเตอร์ ได้ทันที — ทีมแพทย์พร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน
ปรึกษา ฟรี! ศัลยแพทย์เชี่ยวชาญผ่าตัดผ่านกล้องและผ่าตัดโรคอ้วน มั่นใจด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางรักษาโรคอ้วน และวางแผนการรักษาเป็นรายบุคคลเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด
ฟรี คำณวนค่า BMI และปรึกษาแพทย์ออนไลน์ Line : @doodeecenter
ทีมแพทย์เชี่ยวชาญผ่าตัดลดน้ำหนักดูแลทั้งก่อนและหลังผ่าตัดทุกเคส
ผ่าตัดด้วยเทคนิคพิเศษล็อค 3 ชั้น
ผ่าตัดด้วยกล้องความละเอียดสูงระดับ 4K
แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว
งบไม่บานปลาย ราคาแพ็กเกจ รวมทุกอย่างครบแล้ว
มีประกันสังคม ผ่าตัดกระเพาะด้วยราคาพิเศษ 79,000 บาท
Doodee Center ศูนย์ดูดี
ผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก ทั้ง 2 สาขา
ร.พ.ศิครินทร์ หาดใหญ่
ร.พ.ศิครินทร์ ลาซาล
ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ ฟรี!
ศัลยแพทย์เชี่ยวชาญผ่าตัดผ่านกล้องและผ่าตัดโรคอ้วน
Line : @doodeecenter Website :
www.doodeecenter.com
ทั้งนี้ หากท่านมีสิทธิประกันสังคมสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อขอใช้สิทธิในการรักษาโรคอ้วนด้วยการผ่าตัดได้