PROMOTION โปรโมชั่นพิเศษ! ผ่อนชำระ 0% 10 เดือน ผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักสำหรับท่านที่มีบัตรเครดิต

คำถามยอดฮิต ก่อนตัดสินใจผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก

คำถามยอดฮิต ก่อนตัดสินใจผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก

การตัดสินใจผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิต มาดูคำถามที่หลายคนสงสัยกันเลย!

1.การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักคืออะไร? และมีกี่วิธี?
คำตอบ: การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก หรือ Bariatric Surgery คือการผ่าตัดเพื่อลดขนาดกระเพาะ หรือ การปรับเปลี่ยนระบบทางเดินอาหาร โดยมีเป้าหมายเพื่อลดปริมาณอาหารที่ทาน และ/หรือลดการดูดซึมสารอาหาร ทำให้ร่างกายลดน้ำหนักลงอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

วิธีที่นิยมหลักๆ มี 2 แบบคือ:
  • การผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารแบบสลีฟ (Sleeve Gastrectomy): ตัดกระเพาะออกบางส่วนให้เป็นรูปท่อ ลดความจุของกระเพาะเหลือ 20% และตัดส่วนที่เป็นฮอร์โมนหิวออก
  • การผ่าตัดบายพาสกระเพาะอาหาร (Gastric Bypass): สร้างกระเป๋าขนาดเล็กจากกระเพาะแล้วเชื่อมต่อกับลำไส้เล็กโดยตรง ทำให้ทานได้น้อยลงและดูดซึมอาหารได้น้อยลงบางส่วน
2.ใครเหมาะสมกับการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก?
คำตอบ: ผู้ที่เหมาะสม มักเป็นผู้ที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) สูง หรือมีโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้องกับความอ้วนรุนแรง เช่น เบาหวานชนิดที่ 2, ความดันโลหิตสูง, ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยทั่วไปเกณฑ์คือ:
  1. BMI ≥ 37.5 (สำหรับคนเอเชีย) หรือ
  2. BMI ≥ 32.5 (สำหรับคนเอเชีย) ร่วมกับมีโรคร่วมที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วนอย่างน้อย 1 โรค
หมายเหตุ: ผู้ป่วยต้องไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์ และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลังผ่าตัด

3.การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก จะช่วยลดน้ำหนักได้มากแค่ไหน? และยั่งยืนหรือไม่?
คำตอบ: ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับประเภทการผ่าตัดและการปฏิบัติตัวของผู้ป่วย
  1. Sleeve Gastrectomy: ลดน้ำหนักลงได้ประมาณ 60-70% ภายใน 1 ปี
  2. Gastric Bypass: ลดน้ำหนักลงได้ประมาณ 65-80% ภายใน 12-18 เดือน
ความยั่งยืน: การผ่าตัดเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ความสำเร็จระยะยาวขึ้นอยู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทาน  การออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพตามคำแนะนำของทีมแพทย์อย่างเคร่งครัด

4.ผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักมีความเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนอะไรบ้าง?
คำตอบ: มีความเสี่ยงทั่วไปของการผ่าตัดใหญ่ เช่น ติดเชื้อ, เลือดออก, รั่วซึม, ลิ่มเลือด, ขาดสารอาหารระยะยาว แต่ด้วยเทคโนโลยีส่องกล้องและทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ความเสี่ยงเหล่านี้ลดลงมาก

5.หลังผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักต้องดูแลตัวเองอย่างไร? และต้องทานอาหารเสริมไหม?
คำตอบ: การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดเป็นสิ่งสำคัญ ดังนี้
  • อาหาร: ปรับเปลี่ยนมาก เริ่มจากเหลวไปอ่อน เน้นโปรตีน เลี่ยงหวาน/ไขมันสูง
  • อาหารเสริม: จำเป็นต้องทานวิตามินและแร่ธาตุเสริมตลอดชีวิต (เช่น B12, ธาตุเหล็ก, แคลเซียม) เพราะการดูดซึมลดลง
  • ติดตามผล: พบแพทย์สม่ำเสมอเพื่อติดตามน้ำหนัก ตรวจสุขภาพ และป้องกันภาวะแทรกซ้อน
6.ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่? และสถานพยาบาลมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมไหม?
คำตอบ: ค่าใช้จ่ายต่างกันไปตามสถานพยาบาลและเทคนิค ควรสอบถามรายละเอียดโดยตรง และที่สำคัญคือ เลือกสถานพยาบาลที่มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง รวมถึงทีมสหสาขาวิชาชีพ เพื่อการดูแลที่ดีที่สุด
ปรึกษา ฟรี! ศัลยแพทย์เชี่ยวชาญผ่าตัดผ่านกล้องและผ่าตัดโรคอ้วน มั่นใจด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางรักษาโรคอ้วน และวางแผนการรักษาเป็นรายบุคคลเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด
  • ฟรี คำณวนค่า BMI และปรึกษาแพทย์ออนไลน์ Line : @doodeecenter
  • ทีมแพทย์เชี่ยวชาญผ่าตัดลดน้ำหนักดูแลทั้งก่อนและหลังผ่าตัดทุกเคส
  • ผ่าตัดด้วยเทคนิคพิเศษล็อค 3 ชั้น
  • ผ่าตัดด้วยกล้องความละเอียดสูงระดับ 4K
  • แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว
  • งบไม่บานปลาย ราคาแพ็กเกจ รวมทุกอย่างครบแล้ว
  • มีประกันสังคม ผ่าตัดกระเพาะด้วยราคาพิเศษ 79,000 บาท
Doodee Center ศูนย์ดูดี ผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก ทั้ง 2 สาขา
  • ร.พ.ศิครินทร์ หาดใหญ่
  • ร.พ.ศิครินทร์ ลาซาล
ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ ฟรี!
ศัลยแพทย์เชี่ยวชาญผ่าตัดผ่านกล้องและผ่าตัดโรคอ้วน
Line : @doodeecenter Website :www.doodeecenter.com
ทั้งนี้ หากท่านมีสิทธิประกันสังคมสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อขอใช้สิทธิในการรักษาโรคอ้วนด้วยการผ่าตัดได้